พลอยในลิ้นชัก

posted on 02 Sep 2008 02:04 by leonleon  in love

 

 

ไม่กี่วันมานี้
ผมเปิดลิ้นชักเล็กๆที่บ้าน
ซึ่งปกติผมไม่ค่อยจะได้ไปยุ่งเกี่ยวกับมันสักเท่าไหร่
ส่วนมากก็เป็นแม่กับน้องที่เป็นคนเอาพวกเอกสารสำคัญๆของบ้านเก็บไว้
วันนั้นผมไม่รู้นึกยังไงดันไปเปิดมันออกมาดู
ลิ้นชักมี 3 ชั้น
ชั้นนึงเก็บพวกเอกสารต่างๆ
อีกชั้นนึงเก็บสมุดบัญชีเงินฝาก
อีกชั้นนึงเก็บพวกรูปถ่ายต่างๆ
ส่วนมากเป็นพวกรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว – 2 นิ้ว
ไล่มาตั้งแต่ของพ่อ ของแม่ สมัยหนุ่มๆ
ของผมเรียงมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เรียกได้ว่าตั้งแต่สมัยอนุบาลเลยก็ว่าได้
ของน้องสาว ของน้องชาย
ผมเห็นว่าในลิ้นชักนี้ยังไม่มีรูปถ่ายตอนผมทำงาน
ก็เลยเปิดกระเป๋าตังค์หยิบรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ซึ่งใส่สูทถ่าย( ถ่ายเพื่อทำบัตรพนักงาน )
ผมเอารูปผมหย่อนเพิ่มลงไปในลิ้นชัก
คิดไว้ด้วยว่าหากมีรูปถ่ายใหม่ๆก็จะนำมาหย่อนไว้เพิ่มอีก…
 
มันรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้
ซึ่งมันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
ผมว่า... หากคุณเป็นผม คุณก็คงจะรู้สึกคล้ายๆผมเช่นกัน
 
 
 
เรื่องไม่มันจบแค่นั้น...
ผมหลังจากที่ผมรื้อรูปถ่ายหนึ่งนิ้ว – สองนิ้ว
ของสมาชิกในครอบครัวออกมานั่งดู
มือที่ไม่อยู่สุขก็ผมก็รื้อก็ค้นต่อไปในส่วนที่ลึกกว่านั้น
ปรากฏว่าค้นไปเจอรูปสติ๊กเกอร์
ก็มีของน้องสาวบ้าง ของน้องชายบ้าง ของแม่บ้าง
สุดท้ายก็เจอรูปสติ๊กเกอร์ของตัวเอง
รูปที่ผมคิดว่ามันน่าจะสูญหายไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
น่าจะหายไปตั้งแต่ที่เราย้ายบ้าน
ตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ในตอนที่ครอบครัวเราย้ายบ้านกัน
ก็เรียนมหา’ลัยอยู่ที่ ม.เชียงใหม่ โน่น
ทางบ้านก็จัดแจงขนย้ายข้าวย้ายของ
รวมถึงของใช้ส่วนตัวของผมไปไว้ยังบ้านหลังใหม่ด้วย
ซึ่งผมก็ไม่คิดว่ารูปสติ๊กเกอร์ที่ผมเก็บไว้อย่างไม่เป็นระเบียบตรงโต๊ะไว้ของที่หัวเตียง จะถูกเก็บมาด้วย
( จริงๆแล้วมันคือโต๊ะอ่านหนังสือ แต่นับวันๆหนังสือก็กองเยอะเข้าๆ จนกลายเป็นโต๊ะวางของไปโดยปริยาย )
ผมนึกว่ามันจะถูกทิ้งไปพร้อมกับขยะในตอนย้ายบ้านแล้วเสียอีก
วันนี้ได้มาเจอมันอีกครั้ง
รวมไปถึงรูปสติ๊กเกอร์ที่ผมถ่ายคู่กับพลอยด้วย...
 
พลอย คือ ใคร ?
สงสัยกันไหมครับ ?
หากไม่สงสัยก็กรุณาช่วยสงสัยเป็นหน้าม้าให้ผมทีเถอะนะครับ ฮ่าฮ่า
ย้อนไปในความทรงจำช่วงที่ผมอายุ 15 ย่าง 16
ก็ช่วงทีกำลังขึ้นม. ปลาย ใหม่ๆนั่นแหละครับ
พลอยอายุน้อยกว่าผม 2 – 3 ปี
นั่นก็หมายถึงพลอยอยู่ ม. 2 ส่วนผมนั้นอยู่ ม. 4
พลอยเป็นผู้หญิง แหงล่ะ !!
แน่นอนว่าต้องน่ารักด้วย ฮ่าฮ่า
พลอยเข้ามาทำให้ชีวิตที่แข็งกระด้างตามประสาเด็กผู้ชายของผมนั้นมีความรู้สึกมากขึ้น
จากสายตาที่เฉยเมยต่อทุกอย่าง
ปากที่มักจะพูดแต่คำว่า ชั่งแม่งดิ !! ต่อทุกสิ่ง
กลายเป็นเริ่มที่จะรับรู้และรู้สึกกับหลายๆสิ่งรอบตัวมากขึ้น
บางทีพลอยอาจจะทำให้ความรู้สึกของผมมีหลายมิติมากขึ้น
จากที่เคยมีแค่ โกรธ เฉยเมย เย็นชา เจ้าอารมณ์ ( นิสัยตอนช่วงวัยรุ่นเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ )
คือจะมีแค่อุณหภูมิสูงปรี๊ดกับเย็นยะเยือก แค่นั้น...
แต่พลอยทำให้ผมกลับกลายเป็นมีความรู้สึกที่อุณหภูมิระดับอุ่นๆเพิ่มเข้ามา ( กรุณาอย่าอ้วกใส่คีย์บอร์ดนะครับ )
 
เรารู้จักกันในระดับหนึ่ง
ซึ่งผมคิดว่าเรารู้จักกันน้อยมากๆ
รู้จัก ในที่นี้ผมหมายถึงพวกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ
ผมคิดว่า ในตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเธอ นามสกุล อะไร ?
พ่อแม่ ทำงานอะไร ?
อาหารจานโปรดคืออะไร ?
ฯลฯ   สิ่งเหล่านี้เกี่ยวกับเธอ ผมไม่รู้เลยสักนิด...
 
ผมนึกถึงคำๆนึงที่พี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน เขียนไว้ในหนังสือ สองเงาในเกาหลี
“ การสนิทกับคนที่ไม่รู้จัก ”
ความสัมพันธ์ของผมกับพลอยก็คงจะคล้ายๆกัน เพียงแต่ว่าเป็น
“ การสนิทกับคนที่ไม่รู้จักกันดี ”
 
แต่แม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันดีเท่าไหร่
แต่ช่วงเวลาที่เราได้พูดได้คุยกันนั้น ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีเอามากๆ
 
ผมขับเคลื่อนชีวิตด้วยแรงของตัวเองมาตลอด 15 ปี ( ไม่นับแรงใจจากพ่อแม่นะครับ )
ชีวิตของเด็กม.ปลาย มันก็เรื่อยๆมาเรียงๆ
ไม่ได้ตั้งใจเรียนกับเค้าเท่าไหร่
ส่วนมากออกแนวตั้งใจเล่นซะมากกว่า
แต่พอมีพลอยเข้ามาในชีวิต
ไอ่ถังน้ำมันประจำตัวที่ผมใช้ในการดำเนินชีวิต
จากปกติที่มันอยู่ในระดับกึ่งๆกลางๆถัง
พลอยทำให้มันเต็มจนล้นออกมา
ในตอนนั้นเพลง โลกหมุนด้วยความรัก ยังไม่ได้ถูกแต่งขึ้น
แต่วันนี้ผมว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ผมตั้งใจเรียนมากขึ้น
ผมตั้งใจเล่นมากขึ้น
ผมไม่รู้หรอกว่าผมตั้งใจเพื่ออะไร
เพียงแต่ว่ากำลังใจมันเหลือเฟือจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็เลยเอามาตั้งใจกับทุกๆอย่าง ล่ะมั๊ง ?
 
ผมชอบประโยคนี้
“ เราคงไม่รู้สึกเดียวดาย หากเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน ”
พลอยทำให้ผมรู้จักกับความเหงา
ซึ่งถ้านับดูแล้วผมรู้จักและสนิทกับเจ้าความเหงานี่มาเกือบจะ 10 ปี ได้แล้วมั๊ง ?
 
ก่อนปิดเทอม
เราไปกินข้าวด้วยกันสองมื้อ
แล้วเราก็ไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ด้วยกัน ( รูปสติ๊กเกอร์ที่ผมค้นเจอนั่นแหละครับ )
 
ก่อนปิดเทอมเราแลกจดหมายกัน
โดยที่เราต่างก็เขียนแล้วเอาไปไว้ที่ชั้นจดหมายของตึกธุรการ
( เราสอบสลับวันกัน ม.ต้นวันนึง ม.ปลายอีกวันนึง )
สอบวันแรกม.ต้นสอบ เธอเอาจดหมายไปเสียบไว้ที่ชั้น
วันที่สองผมไปรับจดหมายของพลอย
แล้วก็เอาจดหมายของผมไปหย่อนไว้
เราส่งข้อความประมาณ 1 โปสการ์ด กับรูปไว้ดูแก้คิดถึงช่วงปิดเทอม ไว้ในจดหมาย
 
ช่วงปิดเทอม ถึงเวลาที่เราจะต้องแยกห่างจากกัน
ผมต้องไปเรียนพิเศษที่เชียงใหม่
ส่วนเธอนั้นต้องไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัด
นับๆดูแล้วก็เกือบ 3 เดือน ที่เราอาจจะไม่ได้คุยกัน
เมื่อ 8 – 9 ปีก่อน มือถือยังไม่เป็นที่นิยม และราคาก็ยังแพงมหาโหดอยู่
 
แล้วเราจะติดต่อกันยังไงล่ะ ?
ใช้อีเมลล์ไงล่ะ ซึ่งตอนนั้นผมก็มักจะใช้อีเมลล์ติดต่อกับเพื่อนในห้องอยู่แล้ว
ผมมีอีเมลล์ แต่...
ผมลืมถามอีเมลล์ของพลอยก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกัน
และผมก็ไม่ได้บอกอีเมลล์ผมกับพลอยด้วย...
 
จากความห่างไกล
กลายเป็นไกลห่าง
คงกลายเป็นเหินห่าง
แล้วก็คงกลายเป็น ห่างเหิน
 
ปิดเทอมมีเรื่องที่น่าทำเยอะแยะ
เยอะเกินกว่าที่ผมจะมีเวลามาคิดถึงพลอย
ทั้งเรียน   เหล่หญิง   เพื่อนใหม่   สงกรานต์   ฟุตบอล   ดนตรี
และก็การลุ้นผลประกาศรายชื่อห้องน้องรหัส...
ปิดเทอม 3 เดือนผ่านไป
ผมลืมพลอยไปเสียสนิท
กว่าจะนึกถึงพลอยก็ก่อนเปิดเทอมไม่กี่วัน...
 
ผมไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีเมื่อเจอพลอย
เราจะยังคุยกันได้เหมือนเดิมอยู่ไหม
ผมสงสัยและสับสนเหลือเกินในช่วงเวลานั้น
 
 
 
เปิดเทอมวันแรกเราเจอหน้ากัน
เรายิ้มให้กัน
แต่ผมไม่ได้เดินเข้าไปคุยกับเธอ
และก็ไม่ได้โทรไปหาเธอ
จากนั้น รอยยิ้มที่เรามีให้กันมันก็ลดลงไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งกลายเป็นสีหน้าปกติเมื่อเราเดินสวนกัน
 
ความรู้สึกดีๆของเรามันสิ้นสุดลง ณ ตอนไหน ?
ผมไม่รู้...
 
รู้เพียงแต่ว่า… ความรักมักจะจากเราไปโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ
 
 
 
ผมดีใจที่เราจากกันเพราะความห่างเหิน
การจบลงเพราะความเหินห่างแบบนี้ มันก็ยังดีกว่าการจากกันด้วยเหตุผลอื่นๆ...
 
 

ตอนนี้รูปพลอยกับผมก็ยังคงอยู่ในลิ้นชัก
ความทรงจำสวยงามเสมอ...
ทั้งที่ไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึง แต่ทำไมถึงยังนึกออกนะ
 
ป.ล.   ไม่รู้ว่าลิ้นชักบ้านผมทำตัวเหมือนลิ้นชักใต้โต๊ะนายโนบิตะตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
แหม !! ทำตัวเป็นไทม์แมชชีนให้เจ้าของได้ย้อนเวลาเลยนะ
 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

surprised smile โห เป็นความทรงจำที่มีค่าดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้ ว่าแต่มันน่าเสียดายนะคะ ที่จู่ ๆ จากเพื่อนสนิทกลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก เราเคยเป็นนะตอนเรียนมัธยม ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแค่ปิดเทอมผ่านไป ทำไมถึงสนิทกันเหมือนเดิมไม่ได้ แปลกเนอะ embarrassed

#1 By b613 ดาวถัดมา on 2008-09-02 02:15

big smile

ด้อยก็มีความทรงจำค่ะ

เพียงแต่ว่ายังไม่มีเวลาไปเปิดลิ้นชักเลย

เป็นความทรงจำที่มีค่า

ทำให้ด้อยยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง

แต่บังเอิญว่าเป็นความทรงจำที่ยาวนาน ทุกวันนี้ก็ยังไม่จบ ยังจะมีต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งหลังๆนี้ชักไม่ค่อยจะอยากจำแล้ว ...

ขอบคุณที่ทำให้อมยิ้มในค่ำคืนที่เดียวดายอย่างคืนนี้ค่ะ big smile

#2 By iDoi* on 2008-09-02 02:26

..tongue..ฮ่วย..ซู้ดดดน้ำลายกลับแทบจะทันทีเมื่อรู้ว่า
พลอยสวยคือคนมิใช่อัญมณี

ก็ต้องตามหา "อัญมณี" ของตัวเองกันต่อไปจนกว่าจะสนใจ(คาน)ทอง...นิเวศน์ open-mounthed smile

#3 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-09-02 02:39

อ่านแล้วทำให้นึกถึงเพลง..ความทรงจำสีจาง ของปาล์มมี่ ..
คิดว่า..ถึงแม้จะผ่านไปนานแค่ไหน สิ่งเหล่านั้นก็จะยังคงเป็นความทรงจำที่ดี big smile

#4 By nui on 2008-09-02 16:30

2 เดือน 9,
สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่เอ๋
ขอให้มีความสุขทั้งในวันนี้ และวันต่อไป big smile

ปล. เมธ์ยังไม่ได้อ่านเอนทรี่นี้เลยค่ะ ขอแปะโป้งไว้ก่อนนะคะ

#5 By maebin on 2008-09-02 20:55

เอนทรี่นี้ยาวววว

ขอแปะไว้ค่อยมาอ่านน้า

HBD ย้อนหลัง

สุขภาพกายใจแข็งแรงนะคะ

#6 By pattararanee (202.176.87.18) on 2008-09-03 00:27

ขอให้ดาวได้ไหม Hot!
โทษฐานอ่านแล้วมีความสุข อิ่มใจ พอๆกับอ่านตัวหนังสือของพี่ก้อง-ทรงกรดเลย

สองเงาในเกาหลี ผมอ่านแล้วเผลอใจลอยไปไกลเลย นึกถึงภาพบรรยากาศของคนสองคน เงาสองเงา สุขใจ

ผมไมได้เก็บใครไว้ในลิ้นชัก ผมเก็บใครทุกคนไว้ในความทรงจำอันอ่อนไหวของตัวเอง นึกถึงเมื่อไรพาลจะน้ำตาไหลทุกที

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
“ การสนิทกับคนที่ไม่รู้จัก ”
ชอบประโยคนี้จังค่ะ

เป็นความทรงจำที่ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันให้ได้ย้อนนึกถึงเพื่อนร่วมเรียนในอดีตนะคะ big smile

#8 By Asana Fay on 2008-09-03 09:48

Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้วพาลนึกถึง คนเก่า ๆ หลายคนที่ผ่านเข้ามา
และ คนเก่า ๆ บางคนที่เพิ่งจจากไป...

ความทรงจำที่ดี... สวยงามเสมอ
และถ้าเป็นไปได้ ก็หวังจะใหมันสวยงามในใจใครคนอื่นเช่นกัน

บางทีเราก็เขียนอะไร ๆ ทิ้งไว้เพ่นผ่าน (แน่ล่ะ... ส่วนใหญ่มันอยู่ในเศษกระดาษ ไม่ก็หนังสือเรียนของเพื่อน)
จนไปเจอเข้าในวันที่คิดจะเก็บให้เป็นที่เป็นทาง หรือบังเอิญไปเปิดเจอเข้า... ก็ถึงกับต้องนั่งทบทวนนาน ๆ ว่า ณ ตอนนั้นเจอเหตุการณ์อะไร ทำไมถึง...อย่างนั้น

ก็เลยได้ยิ้มบ้าง
ได้ นิ่ง บ้าง

แต่ก็ดีใจที่ได้ คิดถึง อะไรที่เคยผ่านมาแล้ว...


*สวัสดีรุ่นพี่ มช.ค่ะ เราก็ มช. ล่ะ รหัส 49 double wink

#9 By SUPERGiRL ^ ^* on 2008-09-04 00:15

ลิ้นชักผมมีแต่ความยุ่งเยิงsad smile big smile

อึม..แบบนี้เรียกรักแรกๆไหมเนี่ย


ส่วนเรา คุ้ยลิ้นชักทีไร ไม่เจอของที่ต้องการซักที
แต่ใช้เวลากับสิ่งอื่นนานมากๆ
เป็นความทรงจำสีจางน่ะ
คิดทีไรก็ยิ้มออก

#11 By MooToo's Brother on 2008-09-04 22:31

ลิ้นชักรกมาก เก็บไม่ได้ กลัวของหายค่ะ
big smile

#12 By Peaw-weaw on 2008-09-05 01:44


ใ น ค ว า ม ท ร ง จ ำ สี จ า ง ๆ big smile

#13 By .::little-wing::. on 2008-09-05 01:45

อยู่ในลิ้นชัก หรืออย่ในใจ confused smile confused smile

#14 By (^_^)/nana on 2008-09-05 01:50

เราก็มีประสปการณ์แบบนี้ค่ะ
แต่แค้รู้ว่าเขาสบายดี ถึงไม่ค่อยได้คุยกันอีกก็ไม่เป็นไร

Hot!

#15 By STECHA ลา ล่า~ on 2008-09-05 02:13

ความทรงจำสีจาง big smile

#16 By Bluemoon on 2008-09-05 04:02

เลิกใช้ลิ้นชักไปแล้วครับ หาของยาก ต้องโดยนของแผ่กระจายไปบนโต๊ะ...

#17 By on 2008-09-05 13:01

เจ้า time machine เนี่ยเค้ามีขายที่ไหนเหรออยากได้....

#18 By chuchii on 2008-09-05 15:09

Hot!

ชอบจัง big smile

บางที เวลาเปิดลิ้นชัก หรือแกะกล่องความทรงจำเก่าๆ ออกมา ก็ได้เจออะไรๆ หลายๆ อย่างที่มีค่าจริงๆ นะ บางที เก็บซ่อนไว้ด้วยความโกรธ เกลียด แต่พอนานมาแล้ว ได้ย้อนกลับไปเห็นอีกครั้ง กลับยิ้มออกมาได้อย่างประหลาดทีเดียว

#19 By Rabbiz! on 2008-09-05 15:17

นึกถึงความทรงจำเก่าๆสมัยอยู่ม.ต้นจังค่ะ
เคยแอบชอบพี่ม.ปลายอยู่คนนึง
พอปิดเทอมก็กลัวว่าเขาจะลืมเราเหมือนกัน

#20 By imprint alone on 2008-09-05 15:49

ภาพเก่าๆที่ไม่ได้เห็นมานาน

ทำให้นึกถึงวันวานดีจังเลย...

#21 By Ya : Amp on 2008-09-05 20:14

big smile ย้อนอดีต ย้อนความทรงจำดีๆ กันจากการหยิบของเก่าๆที่แอบซุกซ่อนอยู่ขึ้นมาเชยชม
พอได้เห็นแล้วก็ยิ้มๆ นะคะ.. นึกถึงอะไรดีๆที่เคยผ่านเข้ามา

แหม่.. รักครั้งแรกด้วยรึเปล่าคะเนี่ย? อิอิ

#22 By หนูพุก on 2008-09-05 21:45

อยากเห็นรูปง่ะquestion
big smile
ชอบข้อความนี้อะ

“ เราคงไม่รู้สึกเดียวดาย หากเราไม่เคยเดินเคียงข้างใครมาก่อน ”

#24 By nurse on 2008-09-06 14:54

พลอยฟ้าพลอยฝน big smile

#25 By tiew@fine on 2008-09-06 19:13

น่ารักจัง

ความทรงจำที่แสนดี big smile

#26 By St.Maya' on 2008-09-08 15:10

น่ารักซะ เรื่องราว ชวนให้นึกถึงที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้ 55+

#27 By nanoguy on 2008-09-09 01:38

ชอบเวลาไปเจอของสมัยเด็กหรือมัธยมแล้วทำให้นึกถึงอดีตแบบนี้เหมือนกัน

ยิ่งตัวเองเป็นคนไม่ค่อยเรียบร้อย (จริงๆรก open-mounthed smile )
เลยเก็บมันซะเกือบทุกอย่าง

แต่นะ ความทรงจำบางเรื่องก็อยากให้เป็นอค่ความทรงจำนั่นแหล่ะ
ไม่ไปเปิดลิ้นชักน่ะดีแล้ว มีอะไรออกมาเพ่นพ่านจะยุ่งกันใหญ่ sad smile

#28 By MANA Cross on 2008-09-09 22:21

ผมเปลี่ยนโต๊ะทำงานมา 5 ปีแล้ว
โต๊ะตัวนี้
ไม่มีลิ้นชักครับ!
(ไม่มีโอกาสเจอโดราเอมอนแน่นอนแล้วสินะ)

เขียนดีๆ ชอบๆ big smile

#29 By Bickboon on 2008-09-11 05:36

อ่า เรื่องเก่า ๆ ยังแวะเวียนมาถามไถ่ได้ทุกเวลา ที่นึกถึง

อ่ า น แ ล้ ว

ห ว า น ซ ะ น ะ *


ฮ่ า ๆ

#31 By tokyobabe on 2008-09-15 05:51

รู้เพียงแต่ว่า… ความรักมักจะจากเราไปโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ

อ่านแล้วยิ้มตาม รู้สึกดีมากๆbig smile

ขออนุญาตให้ดาว Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#32 By นู๋เล็ก on 2008-09-21 23:40

big smile big smile big smile


..ยินดีด้วยที่ยังคงมีอะไรๆให้ได้คิดถึงอยู่..

#33 By บ้านนอก! (202.12.97.121) on 2009-07-12 15:24