ความสุข
ช่วงนี้ยกหูโทรศัพท์กริ๊งกร๊างหาเพื่อนหลายคน เนื่องจากเพิ่งผ่านงานรับปริญญามาไม่นาน
( ก็คุยกันทั้งคนที่รับปีที่แล้ว แล้วก็พวกที่เพิ่งมารับปีนี้ )
บทสนทนาระหว่างเพื่อนก็จะไปมีอะไรมากมาย
ก็ได้แต่ถามไถ่ สารทุกข์สุกดิบกันไป
ช่วงนี้มึงเป็นยังไงบ้าง ?
สบายดีไหม ?
มีความสุขดีรึป่าว ?
งานการที่ทำเป็นยังไงบ้าง ?
หนักไหม เหนื่อยไหม ?
มีโครงการจะเรียนต่อไหม ?
จะแต่งงานหรือยัง ?
ซื้อรถรึยัง ?
ซื้อบ้าน ดาวน์คอนโดรึยังวะ ?
แล้วเพื่อนคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?
เจอมันบ้างไหม ?
บางคนก็บ่นให้ฟังเสียยืดยาว
งานหนักอย่างนั้น
หัวหน้างานโรคจิตอย่างนี้
ร้อยแปดปัญหาสารพัดสารพันเหตุการณ์
แต่เท่าที่ฟังดูถึงแม้ว่ามันจะระบายกับเราออกแนวบ่นๆ
แต่ผมก็รับรู้เอาเองได้ว่าน้ำเสียงของมันก็ปนความสุข
ผมก็เดาเอาเองว่า มันคงมีความสุขดี
แล้วผมก็มานั่งนึกดูอีกที
ความสุข ของเราคืออะไร
เอาแค่ ความสุข ธรรมดาๆในชีวิตประจำวันของเราก็พอ
ไม่ต้องเลยไปถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ ถึงขั้นนิพพานหรอกครับ
ความสุขธรรมดาๆในชีวิตประจำวันของเรา
ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลิศหรูอลังการงานสร้างราวกับรายการดาวล้านดวง ( เอ๊ะ เก่าไปรึป่าว )
หรือยิ่งใหญ่ ก้าวไกล แบบไฮโซหลายๆคน
บางทีความสุขของคนเราอาจจะเป็นแค่การที่เราสามารถผ่านปัญหาต่างๆแล้วก็ทำให้ชีวิตได้กลับมาอยู่ในสภาพปกติสุข ละมั๊ง
ปัญหามักจะเข้ามาทำให้คนเราร้อนรน
ปัญหาเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ( บางทีก็ใหญ่มาก )
ช่วงที่ปัญหาเข้ามาในชีวิต
คลื่นความสุขที่มันเคยแล่นเป็นเส้นตรงของเรา
มันก็เกิดสั่นสะเทือน เจอความขรุขระ
พอเราแก้ปัญหาได้
คลื่นนั้นมันก็กลับมาแล่นได้อย่างราบเรียบเช่นเดิม
ผมว่า นี่ละมั๊ง ที่เรียกว่าความสุข
ความสุข ไม่จำเป็นต้องหวือหวา
อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกครั้งทุกคราว
คงไม่มีใครไปโดดบันจี้ จัมป์ทุกครั้งเมื่อต้องการความสุข
ความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในที่ไกลๆ
บางทีมันก็อาจจะเกิดขึ้นเพราะการไปเที่ยวประเทศอื่น ต่างวัฒนธรรม
แต่ก็คงไม่ใช่ทุกครั้ง
เที่ยวทะเลไทยก็สุขได้
ความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่ร้านเหล้าในทุกคืนวันศุกร์
คืนวันเสาร์ หากนั่งจิบเบียร์เชียร์บอลอยู่บ้าน ยาม 4 ทุ่ม ก็มีความสุขได้เหมือนกัน
ความสุขไม่จำเป็นต้องพึ่งแอลกอฮอล์ทุกครั้งไป
แดกแต่โค๊กก็สุขได้
ความสุขของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน
นักปีนเขามืออาชีพ
อาจจะมีความสุขเมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของเอเวอเรสต์
ในขณะที่นักเดินทางสมัครเล่นสักคนอาจจะมีความสุขในการเดิมชมใจกลางเมืองที่อยู่ที่ระดับน้ำทะเล
ความสุขของเพลย์บอยสักคนอาจจะคือการที่มือหนึ่งโอบไหล่หญิงและอีกมือหนึ่งถือแก้วเหล้าอยู่ในผับ
ในขณะที่ความสุขของเด็กวัดอาจจะเป็นการตั้งใจเรียนเพื่อหวังว่าจะเรียนให้จบปริญญาตรี
ความสุขของนักธุรกิจอาจจะหมายถึงการที่ได้เห็นกราฟยอดขายสูงขึ้นทุกปีๆ
ความสุขของมนุษย์เงินเดือนอาจจะคือการที่ได้เห็นโบนัสก้อนโตโอนเข้าบัญชีในช่วงปลายปี
ความสุขของเด็กเรียนอาจจะเป็นการที่ได้เห็นใบแจ้งเกรดของตนมีแต่ตัวอักษร A
ความสุขของเด็กหลังห้องอาจจะหมายถึงในใบแจ้งเกรดไม่มี F สักตัว
ความสุขของชาวบ้านการมีเงินสักแสน สักล้าน สิบล้าน ก็ว่าสุขแล้ว
ความสุขของนักการเมืองหลายๆคน มีเป็นพันเป็นหมื่นล้านยังไม่พอสำหรับความสุข
ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นอย่าเหมารวมว่าความสุขของใครคนหนึ่งจะเท่ากับความสุขของใครอีกคนไปด้วย
คุยกันให้ดีๆเสียก่อน
ว่าความสุขของเราเท่ากับความสุขของเค้าหรือไม่
แต่หากจะให้ดี
ลองเข้าไปมีความสุขตามแบบฉบับของคนอื่นดูบ้าง
หากว่าทำใจให้ชอบไม่ได้ ค่อยเดินออกมาอยู่กับความสุขของเรา...
แต่ยังไง๊ ยังไง
ก็ยังยืนยันว่า ความสุข ตามนิยามของผมก็คือ
การที่เราผ่านความทุกข์แล้วกลับมาอยู่ในชีวิตปกติ นั่นแหละคือความสุข...
ยังมีสุข

ถ้าเทียบกับความสุข ที่เราให้
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#1 By ความรักสร้างฉัน on 2009-02-08 12:25