แขม่วตาให้ความรัก

posted on 13 Dec 2009 22:24 by leonleon in about

 

 

เมื่อคืนวันเสาร์ไปงานแต่งงานมาครับ
งานแต่งงานของพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
แต่ก็ไม่ได้เจอกันหลายปีมากแล้ว น่าจะเกือบสิบปีได้
งานนี้เป็นงานแต่งงานสไตล์ศาสนาคริสต์
มีบาทหลวง มีการเอ่ยปฏิญาณต่อพระเจ้า
มีการสัญญาต่อกันระหว่างคู่บ่าวสาว
คล้ายๆอย่างที่เราเคยเห็นกันในละครแหละครับ
มีเพลงบรรเลงซึ้งๆ ให้หัวใจและต่อมน้ำตาวูบไหว

ผมเองก็เพิ่งเคยมางานแต่งงานที่เป็นคริสต์เข้มๆแบบนี้เป้นครั้งแรกเช่นกัน
ก่อนหน้านั้นเคยเห็นแต่ในทีวี

ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาแห่งความรัก
เพราะฉะนั้น งานแต่งงาน นี้ย่อมอบอวลไปด้วยความรักมากเป็นพิเศษ
ความรักของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ความรักของพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ และเพื่อนๆ
แม้ว่าเราจะไม่สารถมองเห็นมันด้วยตาเปล่า
แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่า มันมีตัวตน แถมยังลอยฟุ้งอบอวลทั่วทั้งงานเสียด้วย

บรรยากาศของงานนั้นเรียกได้ว่าซึ้งกินใจ
เรียกน้ำตาจากแขกที่มาร่วมงานได้ถ้วนหน้า
ยิ่งตอนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวลงจากเวทีมาทำความเคารพขอบคุณพ่อแม่นั้น
น้ำตาร่วงกันเป็นแถบๆ
ไม่ว่าจะเป้นน้ำตาของพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นน้ำตาแห่งความ ยินดี ปีติ ชื่มชม ภูมิใจ
หรืออาจจะเป็นน้ำตาที่ว่าลูกชายเราเป้นฝั่งเป็นฝา มีครอบครัวแล้ว โตแล้ว
หรือลูกสาวเราถึงคราวจะต้องจากอ้อมอกพ่อแม่ไปแล้วหรือ ดูแลกันมาตั้งยี่สิบกว่าปี
คงมีทั้งความยินดี ความห่วงใย ความอาทร ฯลฯ
( ขอใช้เครื่องหมาย ฯลฯ เพราะผมคงอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือไม่ได้หมดแน่ๆ )
ช็อตนี้เปลืองทิชชู่มาก
เพื่อเจ้าสาวก็ได้แต่คอยเสริฟ์ทิชชู่ให้ทั้งเจ้าสาวเจ้าบ่าว พ่อตาแม่ยาย
แขกเหรื่อต่างก็ปาดน้ำตากันเป็นทิวแถว
ไอ้เจ้าพิธีกรนะ ก็ยิ่งได้ใจพูดบิ้วด์ส่งลูกต่อให้มันกินใจกันไปทั่วถึงทั้งสี่ห้อง

ส่วนผมนั้นก็ได้แต่แขม่วตา
กลัวน้ำตามันจะร่วงจะหล่น
เก็บไว้แต่ภาพประทับใจที่ก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ

และงานนี้ก็ทำให้ผมได้รู้อีกอย่างว่า
ความรักดีๆ นั้นต้องถูกบ่มเพาะ ไม่มีวันเกิดจากอะไรที่ฉาบฉวย
ที่สำคัญมันอยู่ที่หัวใจ มากกว่าสิ่งอื่นใด อาจจะมีส่วนประกอบอื่นบ้างแต่ท้ายที่สุดแล้ว
การแต่งงาน มันเกิดจากหัวใจสองดวงที่พร้อมจะรวมเป็นดวงเดียวเสมอ

ตอนแรกเราแอบเห็นในการ์ดเชิญ
แอบคิดใจใจว่า แหม พี่เราออกจะสวย แต่ทำไมเจ้าบ่าวหน้าตาไม่หล่อเล๊ย
แต่พอมาวันงาน ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่แกถึงเลือกผู้ชายคนนี้
เหมือนที่ลิปตาร้องในเพลง กอดตัวเอง เอาไว้ท่อนนึงนั้นเอง
"ขอแค่เพียงเค้าเป็นคนดี"
ความรักและงานแต่งงาน ไม่จะเป็นต้องระบุคุณสมบัติไว้ว่า สวยที่สุด หล่อที่สุด
เพราะถึงวันงานแล้วบรรยากาศมันจะทำให้หล่อ ให้สวย ที่สุดในโลกอยู่แล้ว
หรืออย่างน้อยสำหรับคนที่เราจะสวมแหวนให้ คนนั้นถือว่าลงตัวกับเราที่สุด

แล้วงานเลี้ยงก็ผ่านพ้นไป
และโลกใบนี้ก็คงมีจำนวน ครอบครัวเพิ่มขึ้นมาอีก หนึ่งครอบครัว
ขอให้รักกันไปนานๆ จนกว่าเซเว่นจะปิดทำการ
แล้วก็ขอให้จำคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันในวันนี้ให้ดีๆด้วยครับ
ผมเป็นพยานให้หนึ่งเสียง

 

ว่าแต่ว่าไปงานแต่งงานแบบนี้
ไม่ชอบเลยที่ต้องถูกแซวถูกถาม
"เป็นคิวต่อไปรึเปล่าเนี่ย"
"มีแฟนรึยังล่ะ"
"เราล่ะ อายุเท่าไหร่แล้ว จะแต่งเมื่อไหร่"

"25"
"ยังไม่มีครับ กำลังหาๆอยู่"
"สัก 30 ค่อยแต่งครับ"
:D


ว่าแล้วก็ออกจากงานขับรถกลับบ้านด้วยอารมณ์เดียว เหมยลี่ ตอนที่กลับจากงานแต่งงานของเป็ด
อืม เหงากำลังสองเลย...

 

 

หายไปนานนี่แอบไปเขียนใน Facebook มาน่ะครับ :D

Comment

Comment:

Tweet

ขำว่าเกิด อากรเดียวกับเหมยลี่ 555+ question

#4 By Fai on 2010-12-22 14:55

อูววว เกิดอาการเหมยลี่เหมือนกันค่ะพี่ cry

#3 By maebin on 2009-12-14 18:40

อ่านแล้วประทับใจด้วยเลยค่ะ
จะมีคนจำนวนแค่ไหนที่นึกว่างานแต่งงาน งานแห่งความสุขสมหวังจะเรียกน้ำตาได้มากขนาดนี้

เราเคยเข้าร่วมงานแต่งงานทางคริสต์ 1 ครั้งเหมือนกันค่ะ
ซึ้งเหมือนกัน แต่เป็นงานของฝรั่ง ถ้าเป็นของไทยคงยิ่งซึงเข้าไปใหญ่

นอกนั้นเข้าร่วมแต่งานแต่งงานพิธีกึ่งจีนกึ่งไทยตลอด

ประโยคเด็ดที่โดนใจ:

"ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่แกถึงเลือกผู้ชายคนนี้"
...
"เพราะถึงวันงานแล้วบรรยากาศมันจะทำให้หล่อ ให้สวย ที่สุดในโลกอยู่แล้ว"
...

ขอให้ได้พบผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับคุณเร็วๆนี้นะคะ ^_^

Hot! Hot! Hot!

#2 By S@nDGLasS on 2009-12-14 12:33

ความรักดีๆนั้น ต้องถูกบ่มเพาะ Hot! Hot! Hot!

#1 By KiM on 2009-12-14 09:07